ไป่เซ่อจัดใหญ่เชื่อมสัมพันธ์จีน-เวียดนาม ชูมิติวัฒนธรรมสร้างมิตรภาพยั่งยืน

เมืองไป่เซ่อในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ซึ่งมีภูมิประเทศและรากเหง้าทางวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับประเทศเวียดนาม ได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูแห่งมิตรภาพตามแนวชายแดนผ่านกิจกรรมในเทศกาล Guangxi March 3rd – Bagui Carnival ประจำปี 2569 โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์เมืองไป่เซ่อได้จัดกิจกรรมข้ามพรมแดนที่หลากหลาย ทั้งด้านกีฬา มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (ICH) และการส่งเสริมวิถีพื้นบ้าน เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ร่วมกันและยกระดับพื้นที่ชายแดนให้เป็นต้นแบบแห่งมิตรภาพอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ

ไป่เซ่อจัดใหญ่เชื่อมสัมพันธ์จีน-เวียดนาม ชูมิติวัฒนธรรมสร้างมิตรภาพยั่งยืน

ด้านกีฬาได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรบุคลากรชายแดน ณ อำเภอหน่าโป เมื่อวันที่ 23 เมษายน และการแข่งขันบาสเกตบอลมิตรภาพ ณ เมืองจิ้งซี ในวันที่ 25 เมษายน เพื่อใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการทลายกำแพงทางภูมิศาสตร์และกระชับความผูกพันระหว่างชาวจีนกับชาวเวียดนามให้เป็นปึกแผ่น ขณะที่มิติด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ได้มีการจัดงานแลกเปลี่ยนภายใต้หัวข้อ “Southern Melody, Resonance Across Two Nations” เมื่อวันที่ 23 เมษายน ณ เมืองจิ้งซี โดยมีการแสดงงิ้วจ้วงแดนใต้ การขับร้องมัวหลุน และศิลปะพื้นบ้านจากคณะนักแสดงจังหวัดกาวบั่งของเวียดนาม ซึ่งสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันทางวัฒนธรรมอย่างมีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการอ่านผ่านกิจกรรม “Books Link China and Vietnam” ในวันที่ 25 เมษายน โดยมีการเปิด “จุดร่วมอ่านหนังสือ จีน-เวียดนาม” อย่างเป็นทางการ ณ ร้านหนังสือด่านพรมแดนเมืองจิ้งซี เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้เหล่านักเขียนและเยาวชนได้แลกเปลี่ยนทัศนะทางวรรณกรรมร่วมกัน ในคืนวันเดียวกันยังมีการจัดคอนเสิร์ตเพลงพื้นบ้านร่วมสมัย “March 3rd” ณ เมืองเก่าจิ้งซี ที่เยาวชนจากทั้งสองชาติได้ร่วมกันขับขานบทเพลงที่ผสมผสานดนตรีพื้นเมืองกับแนวดนตรีป๊อปสมัยใหม่ เชื่อมโยงดวงใจของคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมวิถีพื้นบ้านเมื่อวันที่ 26 เมษายน ณ แหล่งท่องเที่ยวเอ้อเฉวียน ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของชุดประจำชาติพันธุ์ การโยนลูกบอลปัก และการทำอาหารพื้นเมืองร่วมกันอย่างข้าวเหนียวห้าสี กิจกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเมืองไป่เซ่อในการสร้างโมเดลการแลกเปลี่ยนข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยในอนาคตไป่เซ่อยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเพื่อสร้างแบรนด์กิจกรรมชายแดนที่แข็งแกร่ง พร้อมร่วมเขียนบันทึกหน้าใหม่แห่งความร่วมมือและมิตรภาพที่ยั่งยืนสืบไป