“ซุปเปรี้ยวไขหลี่” ประกาศศักดาบนเวทีโลก ชูมรดกพันปีขับเคลื่อนเศรษฐกิจเฉียนตงหนาน

เขตปกครองตนเองชนชาติเหมียวและชนชาติต้ง เฉียนตงหนาน แห่งมณฑลกุ้ยโจว ได้นำ “ซุปเปรี้ยวไขหลี่” (Kaili sour soup) ขึ้นสู่เวทีระดับสากล ในงานประชุมสุดยอดแบรนด์โลก World Brand Moganshan Summit ประจำปี 2569 เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วประเทศจีน

“ซุปเปรี้ยวไขหลี่” ประกาศศักดาบนเวทีโลก ชูมรดกพันปีขับเคลื่อนเศรษฐกิจเฉียนตงหนาน

หยาง อวี้ฟาง รองผู้อำนวยการสำนักงานพาณิชย์แห่งเขตเฉียนตงหนาน ได้สะท้อนความผูกพันอันลึกซึ้งของคนในพื้นที่ผ่านคำกล่าวที่ว่า “หากไม่ได้ซุปเปรี้ยวเพียงสามวัน เราแทบจะไม่มีแรงเดิน” ซึ่งตอกย้ำถึงจิตวิญญาณของอาหารชนิดนี้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชนชาติเหมียวและชนชาติต้งที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันซุปเปรี้ยวไขหลี่ไม่ได้เป็นเพียงอาหารประจำถิ่น แต่ได้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยมีแรงส่งสำคัญจากกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่าง Village Super League และ Village Basketball Association ในมณฑลกุ้ยโจว ส่งผลให้ในปี 2568 ห่วงโซ่อุตสาหกรรมซุปเปรี้ยวของเขตเฉียนตงหนานมีมูลค่าผลผลิตรวมสูงถึง 8.154 พันล้านหยวน ซึ่งหัวใจสำคัญของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์มาจากระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของพื้นที่ที่มีป่าไม้ปกคลุมกว่า 70% และมีแหล่งน้ำสะอาดมากกว่า 2,900 สาย เอื้อต่อกระบวนการหมักที่เป็นธรรมชาติที่สุด

ความสำเร็จของซุปเปรี้ยวไขหลี่ยังได้รับการการันตีด้วยการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติ และเมืองไขหลี่ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งซุปเปรี้ยว” ขณะที่กรรมวิธีการปรุงซุปปลาเปรี้ยวแบบดั้งเดิมยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติอีกด้วย

ในด้านความพร้อมเชิงอุตสาหกรรม เฉียนตงหนานได้วางรากฐานการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้ประกอบการ 60 แห่ง และสายการผลิต 117 สาย มีกำลังการผลิตรวมกว่า 290,000 ตันต่อปี จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่บริษัทชั้นนำอย่าง ไห่เทียน (Haitian) และนิวโฮป (New Hope) ให้ความสนใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้ ในงานประชุมสุดยอดดังกล่าวยังมีการประกาศโครงการเงินอุดหนุน 2 ล้านหยวนเพื่อขยายตลาดสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและร้านอาหารทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวแผนลงทุนใหม่อีก 3 โครงการใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 180 ล้านหยวน เพื่อพัฒนาระบบการผลิตอัจฉริยะและยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่นไปสู่สากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเขตเฉียนตงหนานอย่างยั่งยืน