เบื้องหลังความสำเร็จและการรักษามาตรฐานคุณภาพที่สม่ำเสมอมาจากความทุ่มเทของ ไป๋ เสี่ยวหัว ผู้อำนวยการสหกรณ์พัฒนาการเกษตรท้องถิ่น ผู้คลุกคลีกับสวนส้มมาตั้งแต่เด็ก ไป๋เล็งเห็นข้อจำกัดของการทำเกษตรแบบดั้งเดิม จึงได้ริเริ่มจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นในปี 2561 เพื่อรวบรวมเกษตรกรรายย่อยและวางรากฐานการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ พร้อมจัดอบรมภาคสนามเป็นประจำทุกเดือนเพื่อถ่ายทอดเทคนิคการปลูกตามหลักวิทยาศาสตร์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ ไป๋ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพลิกโฉมการทำสวนส้ม โดยในปี 2563 เขาได้นำโดรนมาใช้ในการดูแลสวน และผลักดันให้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของสหกรณ์ การผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมส้มในพื้นที่ให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันตำบลหลงกงมีพื้นที่ปลูกส้มกว่า 10,400 ไร่ ให้ผลผลิตกว่า 30,000 ตันต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 110 ล้านหยวนต่อปี โดยได้รับรองเครื่องหมายการค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ระดับชาติ ตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่หมู่บ้านหนานจูได้รับการแต่งตั้งเป็นหมู่บ้านสาธิตสินค้าเฉพาะถิ่นระดับชาติในปี 2562 ส่งผลให้ส้มเฟิงตูกลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับสากล และมีการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
ในภาพรวมทั้งอำเภอเฟิงตู มีพื้นที่ปลูกส้มรวมกว่า 21,800 ไร่ ผลิตส้มได้มากกว่า 70,000 ตันต่อปี สร้างรายได้รวมถึง 150 ล้านหยวนต่อปี ความสำเร็จของส้มเพียงหนึ่งผลได้กลายเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจที่สำคัญในการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสะท้อนถึงศักยภาพของการจัดการเกษตรสมัยใหม่ที่เปลี่ยนจากสินค้าท้องถิ่นไปสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่งที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค