ภายในงานมีการประกาศจัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจรสำหรับระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดน ศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง รวมถึงการลงนามในโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หลายโครงการ สะท้อนทิศทางของหนานซาที่กำลังเปลี่ยนจากศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศการค้าที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
หนานซาใช้แนวคิด “ผนึกกำลัง 5 มิติ” ครอบคลุมท่าเรือ ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน ศูนย์รวมบุคลากร และศูนย์ข้อมูล เพื่อรองรับบริการสำคัญ 8 ด้าน ได้แก่ ศุลกากร ภาษี การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดหาเงินทุน คลังสินค้า การรับรอง การค้า และโลจิสติกส์ พร้อมสร้างระบบการค้าในแนวทาง “ซื้อทั่วโลก ขายทั่วโลก และเชื่อมโยงทั่วโลก” และเป็นหนึ่งในต้นแบบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนานของเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area หรือ GBA)
ปลดล็อกการเงินข้ามพรมแดน เสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ
หนานซาได้รับการสนับสนุนจาก “มาตรการทางการเงิน 30 ประการสำหรับหนานซา” ในระดับชาติ ซึ่งช่วยวางรากฐานระบบการเงินข้ามพรมแดนที่เอื้อต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติ 8 แห่งได้จัดตั้ง Cash Pool เพื่อบริหารเงินสดข้ามพรมแดนทั้งในรูปเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ ขณะที่มีบริษัทมากกว่า 10,000 แห่งเปิดบัญชี Free Trade (FT)
นอกจากนี้ หนานซายังใช้ประโยชน์จาก mBridge หรือโครงการเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลระหว่างธนาคารกลาง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการโอนเงินทุนข้ามพรมแดน โดยสามารถส่งเงินถึงปลายทางได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่ HSBC ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับโลกในหนานซา และนำเครื่องมือทางการเงิน อาทิ บัญชี FT การชำระเงินหยวนข้ามพรมแดน และช่องทางด่วนสำหรับการยื่นเอกสารการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) มาใช้สนับสนุนธุรกิจที่ต้องการขยายสู่ตลาดโลก
ด้านแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ CS Intelligence ได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาเชื่อมโยงข้อมูลศุลกากร การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และภาษี ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถแบ่งปันและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ ปัจจุบันแพลตฟอร์มให้บริการบริษัทการค้าต่างประเทศกว่า 5,000 แห่ง และธนาคารกว่า 30 แห่ง มียอดการชำระเงินออนไลน์ผ่านระบบมากกว่า 1.70 แสนล้านหยวน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานได้ถึง 60%
ภายในงานยังมีการลงนามความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงช่องทางการชำระเงินข้ามพรมแดน ขณะที่สำนักงานพาณิชย์หนานซาได้ร่วมกับ China Export & Credit Insurance Corporation (Sinosure) ดำเนินโครงการประกันสินเชื่อเพื่อการส่งออก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเรียกเก็บเงินในต่างประเทศ และเพิ่มความมั่นใจให้แก่ธุรกิจที่กำลังขยายตลาดระหว่างประเทศ

เสริมระบบกำกับดูแล ช่วยธุรกิจจีน “โกอินเตอร์” อย่างมั่นใจ
การปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการไปต่างประเทศ หนานซาจึงได้จัดตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจรสำหรับวิสาหกิจจีนที่ออกไปลงทุนและดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ (Going Global Comprehensive Service Center for Chinese Enterprises) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานระดับประเทศ มณฑล และเทศบาล เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนธุรกิจตลอดวงจรการลงทุน ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการลงทุน
ศูนย์ฯ มีช่องบริการเฉพาะทาง 10 ช่องสำหรับให้บริการด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ภาษี และกฎหมาย พร้อมช่องทางออนไลน์ที่มีมินิโปรแกรมสำหรับให้คำปรึกษาตามประเทศและจองบริการ ปัจจุบันให้บริการบริษัทต่าง ๆ แล้วกว่า 2,700 แห่ง และจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศประมาณ 100 ครั้ง
หนานซายังส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการตามมาตรฐาน AEO (Authorized Economic Operator) โดยมอบเงินรางวัล 200,000 หยวนแก่บริษัทที่ได้รับการรับรองรายใหม่ ส่งผลให้ ณ เดือนมิถุนายน 2569 หนานซามีบริษัทที่ได้รับการรับรอง AEO รวม 91 แห่ง มากที่สุดในนครกว่างโจว
ระบบบริการด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวยังช่วยสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์ของ Tozed Kangwei ที่เข้าถึงกว่า 80 ประเทศ ขณะที่ Pony.ai สามารถจดทะเบียนในทั้งตลาด Nasdaq และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ส่วนเทคโนโลยีชาร์จเร็วของ Greater Bay Technology ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้ยังนำไปสู่การจัดตั้งเครือข่ายบริการระดับโลกผ่านความร่วมมือกับสมาคมธุรกิจในฮ่องกง มาเก๊า ยุโรปตะวันออก และภาคส่วนต่าง ๆ ในจีน โดย GAC International เปิดตัวโครงการยกระดับห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรสำหรับการส่งออกรถยนต์ ขณะที่ศูนย์เร่งการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของ Google เตรียมจัดตั้งขึ้นในนครกว่างโจว และจะเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับหนานซา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสนับสนุนแบรนด์ที่ต้องการขยายสู่ตลาดโลก
วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับเศรษฐกิจโทเคน AI
ภายใต้แนวคิด “ผนึกกำลัง 5 มิติ” ศูนย์ข้อมูล (Data Port) ของหนานซาทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างท่าเรือ ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์รวมบุคลากร ปัจจุบันธุรกิจข้ามพรมแดนในพื้นที่เริ่มนำ “พนักงานดิจิทัล” หรือ AI มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายตลอดกระบวนการทำงาน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
หนานซายังมีรูตเซิร์ฟเวอร์ IPv6 ระดับภูมิภาคแห่งเดียวในจีนตอนใต้ พร้อมสำรองขีดความสามารถในการประมวลผลระดับ 10,000 PFLOPS และจัดตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งแรกของนครกว่างโจวสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลออกนอกประเทศ หลังเขตการค้าเสรีกวางตุ้งประกาศ Negative List สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนใน 2 ภาคส่วนสำคัญ หนานซาได้จัดทำแนวทางรองรับและผลักดันกรณีใช้งานทางธุรกิจกรณีแรกให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงเปิดโครงการนำร่องด้านการประมวลผลข้อมูลนำเข้าและบริการเกม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ข้อมูลดิจิทัลไหลเวียนข้ามพรมแดน
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการจัดตั้งศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง (Guangdong Token Exchange and Service Center) เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการนำโทเคน AI ไปใช้ในตลาดต่างประเทศ โดยศูนย์ฯ นำเสนอบริการหลัก 5 ด้านที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการด้านการจัดซื้อจัดจ้าง AI พร้อมแพ็กเกจบริการสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดต่างประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CAICT) มองว่า หนานซามีจุดแข็งจากการผสานนโยบายด้านข้อมูลข้ามพรมแดนเข้ากับการใช้งานจริงในภาคการค้าระหว่างประเทศ ทำให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโทเคน AI และเปิดเส้นทางใหม่สำหรับการขับเคลื่อนการค้าดิจิทัล

จากศูนย์กลางโลจิสติกส์สู่ศูนย์กลางการค้าระดับโลก
พัฒนาการของหนานซาในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมการเงินข้ามพรมแดน ระบบกำกับดูแลและมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทำให้หนานซากำลังก้าวจากศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งไปสู่ศูนย์กลางเชิงสถาบันและกฎระเบียบด้านการค้าอย่างเต็มรูปแบบ
ในโอกาสเข้าสู่ปีแรกของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 หนานซาเตรียมใช้ประโยชน์จากทำเลยุทธศาสตร์ใจกลาง GBA เพื่อยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก โดยอาศัยความเปิดกว้าง การบูรณาการ และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศกับตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ในการเชื่อมโยงธุรกิจจีนเข้ากับเศรษฐกิจโลก และสนับสนุนการพัฒนาสู่ความทันสมัยในแบบจีน