แถลงการณ์หนานจิงได้เสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการจ้างงาน 6 ประการ พร้อมเรียกร้องให้เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคร่วมกันพัฒนาระบบการฝึกอบรมและการพัฒนาทักษะวิชาชีพตลอดชีวิต โดยมีแนวคิด “การลงทุนเพื่อพัฒนาคน” เป็นพันธกิจร่วมกันของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
แนวคิดดังกล่าวยังปรากฏในแนวทางการพัฒนาของนครหนานจิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงโบราณของจีนที่เคยเป็นเมืองหลวงถึง 6 ราชวงศ์ ปัจจุบันเมืองมีมหาวิทยาลัย 54 แห่ง และเป็นที่พำนักของนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) และสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Engineering) รวม 103 คน อีกทั้งนครหนานจิงยังได้รับการจัดให้อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขันด้านบุคลากรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นอกจากการสนับสนุนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว นครหนานจิงยังขยายมาตรการด้านบุคลากรไปยังแรงงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่ ภายใต้นโยบายด้านบุคลากรฉบับล่าสุดที่ประกาศใช้ในปีนี้ โดยครอบคลุมอาชีพต่าง ๆ เช่น ไรเดอร์ส่งอาหารและผู้จัดไลฟ์สตรีมมิง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพได้พัฒนาศักยภาพและแสดงความสามารถของตนเอง ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า
ตัวอย่างหนึ่งของการดึงดูดบุคลากรและผู้ประกอบการจากต่างประเทศมายังนครหนานจิง คือกรณีของวิตาลี อิกนาโตวิช (Vitaly Ignatovich) ผู้ประกอบการชาวออสเตรีย ซึ่งเดินทางไปเยือนหลายเมืองในจีนก่อนตัดสินใจเลือกนครหนานจิงเป็นสถานที่สานฝันในการทำธุรกิจ
อิกนาโตวิชกล่าวว่า รากฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของนครหนานจิง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่ เป็นปัจจัยที่ช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว
การประชุมรัฐมนตรีด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอเปคครั้งนี้จึงเชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาบุคลากรเข้ากับความร่วมมือในระดับภูมิภาค ขณะที่นครหนานจิงกำลังเดินหน้าพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้บุคลากรจากหลากหลายสาขาเข้ามาพัฒนาศักยภาพและดำเนินกิจกรรมด้านนวัตกรรม
ภายหลังการรับรองแถลงการณ์หนานจิง ความร่วมมือดังกล่าวจะเดินหน้าต่อไป โดยนครหนานจิงมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับนักนวัตกรรมและผู้ประกอบการจากทั่วโลก พร้อมสร้างโอกาสสำหรับการเติบโตและความสำเร็จร่วมกัน