การประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยในประเทศจีนเข้าร่วมกว่า 500 คน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสืบทอดและพัฒนาการแพทย์แผนจีน ตลอดจนการศึกษารากฐานของอารยธรรมจีนผ่านหลักฐานทางโบราณคดี
เชื่อมโยงภูมิปัญญาฉีหวงกับองค์ความรู้สมัยใหม่
พิธีเปิดการประชุมเริ่มต้นด้วยพิธีสักการะ ฉีโป (Qibo) ปฐมาจารย์แห่งการแพทย์แผนจีน โดยมีการบรรเลงดนตรีประกอบพิธี การอ่านคัมภีร์ และการถวายสมุนไพรท้องถิ่นจากมณฑลกานซู เพื่อแสดงความเคารพและสืบสานมรดกด้านการแพทย์แผนจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
จากนั้น ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเสวนาทางวิชาการในหลากหลายประเด็น ทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อพัฒนาการแพทย์แผนจีน การบริหารจัดการสุขภาพตลอดช่วงชีวิต ตลอดจนการศึกษาต้นกำเนิดอารยธรรมจีนจากแหล่งโบราณคดีหนานจั่ว
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนความพยายามในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากศาสตร์การแพทย์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเข้ากับเทคโนโลยีและแนวคิดร่วมสมัย เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ในการสืบทอดและพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนจีน
เปิดพื้นที่ให้สัมผัสศาสตร์การแพทย์แผนจีน
นอกเหนือจากกิจกรรมด้านวิชาการ ภายในงานยังจัดบริการตรวจรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมให้คำแนะนำและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน รวมถึงจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยทางวิชาการ
กิจกรรมเหล่านี้มุ่งนำองค์ความรู้ด้านฉีหวงที่สั่งสมมานานนับพันปีมาเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและสาธารณชน
ชิ่งหยางกับรากฐานวัฒนธรรมฉีหวงและอารยธรรมจีน
ชิ่งหยางถือเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของวัฒนธรรมฉีหวง และมีมรดกด้านการแพทย์แผนจีนที่สั่งสมและสืบทอดมาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกัน พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ แหล่งโบราณคดีหนานจั่ว ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบแหล่งโบราณคดีค้นพบใหม่ที่สำคัญของจีน และเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาพัฒนาการของอารยธรรมจีนที่มีความต่อเนื่องยาวนานกว่า 5,000 ปี
การนำมรดกทางวัฒนธรรมทั้งสองด้านมาเชื่อมโยงกันในการประชุมครั้งนี้ จึงเป็นการนำเสนอชิ่งหยางผ่านทั้งมิติของภูมิปัญญาการแพทย์และหลักฐานทางโบราณคดี พร้อมเปิดมุมมองต่อการสืบทอดและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่
การประชุมวัฒนธรรมฉีหวง เมืองชิ่งหยาง มณฑลกานซู ประจำปี 2569 จึงเป็นอีกเวทีหนึ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำเสนอรากฐานทางวัฒนธรรมของจีน ผ่านการผสานภูมิปัญญาการแพทย์แผนจีนเข้ากับการค้นคว้าด้านอารยธรรมและเทคโนโลยีร่วมสมัย พร้อมเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชิ่งหยางให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น