SKYWORTH Solar เปิดตัว Solavita บุกตลาดไมโครกริดอัจฉริยะในเวียดนาม

สกายเวิร์ท โซลาร์ (SKYWORTH Solar) ประกาศเปิดตัวแบรนด์โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ระดับพรีเมียม “โซลาวิตา” (Solavita) ในประเทศเวียดนาม อย่างเป็นทางการภายในงาน Solar Energy Storage Future Vietnam ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ณ นครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยเตรียมเดินหน้าบุกตลาดเต็มรูปแบบในไตรมาส 4/2569 ชูจุดเด่นด้วยโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่สำหรับที่อยู่อาศัย พร้อมปักหมุดเวียดนามเป็นฐานสำคัญในการขยายระบบไมโครกริดอัจฉริยะไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในงานนี้ สกายเวิร์ท โซลาร์ ยังคว้ารางวัลผู้นำระบบนิเวศพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy Ecosystem Leadership Award) มาครอง ตอกย้ำความพร้อมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมไมโครกริดในระดับภูมิภาค

SKYWORTH Solar เปิดตัว Solavita บุกตลาดไมโครกริดอัจฉริยะในเวียดนาม

งานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตลอดหนึ่งวันเต็มโดย เอเนอร์จี บ็อกซ์ (Energy Box) มีการอภิปรายในประเด็นสำคัญครอบคลุมการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรม การหารือได้ลงลึกถึงการประยุกต์ใช้โซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานในหลากหลายภาคส่วน สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อการออกแบบระบบ การบริหารจัดการ และบริการส่งมอบระบบ ในยุคที่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดกำลังก้าวเข้าสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ความต้องการไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่การไฟฟ้าเวียดนามรายงานยอดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวถึง 10.2% ยิ่งไปกว่านั้น แผนพลังงานฉบับปรับปรุงของเวียดนามยังตั้งเป้าให้ครัวเรือน 50% ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาภายในปี 2573 สอดคล้องกับคำสั่งรัฐบาลในปี 2569 ที่สนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ควบคู่กับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน หัวใจสำคัญของเจ้าของบ้านในปัจจุบันจึงอยู่ที่การออกแบบระบบให้ตอบโจทย์พื้นที่และความต้องการใช้งาน พร้อมบริการดูแลหลังการติดตั้งที่มั่นใจได้

การเปิดตัวโซลาวิตาถือเป็นก้าวสำคัญของสกายเวิร์ท โซลาร์ ในการยกระดับจากโซลูชันที่อยู่อาศัยสู่ระบบพลังงานอัจฉริยะที่ครอบคลุม ทั้งรูปแบบเคลื่อนที่และระบบแบบอยู่กับที่ สำหรับตลาดเวียดนาม โซลาวิตาเริ่มต้นด้วยการนำระบบจัดการพลังงานในครัวเรือน (HEMS) เข้ามาประสานการทำงานระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ โครงข่ายไฟฟ้า แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ช่วยให้การบริหารจัดการพลังงานในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

สกายเวิร์ท โซลาร์ มองว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีความตระหนักรู้และมีฐานการใช้งานโซลาร์เซลล์ที่ดี โดยกำลังการผลิตขยายตัวอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ตรง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ความชื้น และละอองเกลือในพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้ตลาดมีความต้องการอุปกรณ์ที่มีความทนทานและเสถียรภาพสูงในระยะยาว ผลิตภัณฑ์ที่เน้นสงครามราคาแต่ขาดคุณภาพและบริการหลังการขายจึงไม่อาจตอบโจทย์ได้อีกต่อไป ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับโซลูชันที่ผสานอุปกรณ์ที่น่าเชื่อถือ ระบบที่ทำงานประสานกัน และบริการที่ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามทำให้รูปแบบการใช้พลังงานในบ้านเปลี่ยนไป โดยขยายวงกว้างไปถึงการชาร์จ EV ความต้องการจึงเปลี่ยนจากการผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การบริหารจัดการพลังงานแบบบูรณาการ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของโซลูชันไมโครกริดอัจฉริยะจากโซลาวิตา ด้วยประสบการณ์ในการรวบรวมระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และระบบ HEMS จากยุโรป โซลาวิตาพร้อมนำมาปรับให้สอดคล้องกับรูปแบบที่อยู่อาศัย สภาพอากาศ และพฤติกรรมการใช้พลังงานของชาวเวียดนาม เพื่อใช้วางรากฐานการขยายธุรกิจสู่ตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคต่อไป

ที่ผ่านมา สกายเวิร์ท โซลาร์ ได้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยในเวียดนามไปแล้วกว่า 100 โครงการนับตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ข้อมูลเสนอแนะจากใช้งานจริงถูกนำมาพัฒนาโซลูชันการติดตั้งและระบบกันน้ำให้เหมาะกับลักษณะหลังคาและสภาพฝนตกในท้องถิ่น พร้อมปรับแต่งการทำงานของโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และระบบบริหารจัดการพลังงานให้ลงตัวกับความต้องการของแต่ละครอบครัว

สำหรับการให้บริการ โซลาวิตาตั้งเป้าจัดสร้างเครือข่ายการส่งมอบและบริการในท้องถิ่นผ่านโมเดล PD2C โดยทำงานร่วมกับผู้ให้บริการและผู้ติดตั้งในเวียดนามอย่างใกล้ชิด โซลาวิตาจะสนับสนุนในส่วนของระบบ เครื่องมือดิจิทัล การฝึกอบรม และมาตรฐานบริการ ขณะที่พันธมิตรท้องถิ่นดูแลการให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายตัวแทนอยู่แล้ว และกำลังขยายความร่วมมือด้านคลังสินค้า เพื่อเพิ่มความพร้อมของอะไหล่และการสนับสนุนที่รวดเร็ว รวมถึงขยายความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการลงทุนและพัฒนาแห่งประเทศเวียดนาม (BIDV) เพื่อเสนอรูปแบบการจัดหาเงินทุนที่เหมาะสมกับลูกค้า

ในระยะแรก โซลาวิตาจะมุ่งเน้นโซลูชันสำหรับที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ก่อนจะขยายไปสู่ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมในระยะถัดไป เพื่อต่อยอดฐานโครงการเดิมที่สกายเวิร์ท โซลาร์ มีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ สกายเวิร์ท โซลาร์ มีแผนจัดประชุมสรรหาพันธมิตร ณ นครโฮจิมินห์และจังหวัดบั๊กนิญในช่วงปลายเดือนกันยายนเพื่อหารือความร่วมมือ “เรามองว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีพื้นฐานมั่นคงและมีความคาดหวังต่อคุณภาพระดับสูง” หวัง ชุนตัน (Wang Chundan) ผู้จัดการทั่วไปของโซลาวิตา เอเชีย-แปซิฟิก กล่าว “โซลาวิตาจะเข้ามาตอบโจทย์ครัวเรือนที่ต้องการประสานระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และการชาร์จ EV เข้าด้วยกัน เวียดนามคือตลาดเป้าหมายหลักในไตรมาส 4 และเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายเครือข่ายบริการ ซึ่งเรามีแผนจะขยายการดำเนินงานไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต่อไปในไตรมาส 1/2570”