ฝูโจวเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจทางทะเล ดันมูลค่าประมงทะลุ 7 หมื่นล้านหยวน

เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลผ่านการผสานนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ นวัตกรรมเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมุ่งขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชายฝั่งสู่น่านน้ำนอกชายฝั่ง พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การประชุมอุปกรณ์ทางทะเลโลก (World Maritime Equipment Conference) ประจำปี 2569 จัดขึ้นที่เมืองฝูโจว ระหว่างวันที่ 16–19 ตุลาคม ภายใต้ธีม “Green, Smart and Collaborative: Navigating a Shared Blue Ocean” หรือ “รักษ์โลก ชาญฉลาด ผสานพลัง: นำทางสู่มหาสมุทรแห่งอนาคตร่วมกัน” สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมทางทะเลที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ความยั่งยืน และความร่วมมือ

วางยุทธศาสตร์ทะเลต่อเนื่องกว่า 3 ทศวรรษ

ฝูโจวเป็นหนึ่งในเมืองกลุ่มแรก ๆ ของจีนที่ริเริ่มนโยบาย “มุ่งสู่ท้องทะเล” เมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยบรรจุยุทธศาสตร์ “ฝูโจวเมืองทะเล” ไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาเมือง ปัจจุบัน เมืองแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้เป็นเขตสาธิตระดับชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล และมีมูลค่าผลิตภัณฑ์รวมทางทะเล (GOP) สูงที่สุดในมณฑลฝูเจี้ยนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังอยู่ในกลุ่มเมืองชั้นนำของประเทศ

ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 เศรษฐกิจทางทะเลของฝูโจวเติบโตเฉลี่ย 6.9% ต่อปี และมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมือง โดยมีอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปี

ภาครัฐยังปรับปรุงกลไกสนับสนุนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดขั้นตอนอนุมัติใช้พื้นที่ทางทะเล การนำร่องจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์สินสำหรับแพลตฟอร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลลึก และการออกมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อบรรเทาข้อจำกัดด้านต้นทุนก่อสร้างและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับอุปกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนอกชายฝั่งขนาดใหญ่

ใช้เทคโนโลยียกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ฝูโจวนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนา “ฟาร์มปศุสัตว์ทางทะเล” อัจฉริยะ โดยใช้แพลตฟอร์มเพาะเลี้ยงแบบจมน้ำได้ หุ่นยนต์ทำความสะอาดตาข่าย และอุปกรณ์สำรวจใต้น้ำ เพื่อแก้ปัญหาการเกาะสะสมของเพรียงและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลบนอุปกรณ์เพาะเลี้ยง

ขณะเดียวกัน เมืองยังเชื่อมโยงข้อมูลจากทุ่นสำรวจมหาสมุทร สถานีวัดระดับน้ำขึ้นน้ำลง เครือข่าย 5G ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม และเทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพด้วย AI เข้าสู่เครือข่ายตรวจวัดข้อมูลทางทะเลแบบบูรณาการทั้งทางบกและทางทะเล ระบบดังกล่าวช่วยลดต้นทุนแรงงาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการเตือนภัยล่วงหน้าและรับมือพายุไต้ฝุ่นกับสภาพอากาศรุนแรง

ขยายความร่วมมือทางทะเลสู่ตลาดต่างประเทศ

ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นอีกกลไกสำคัญในการขยายเศรษฐกิจทางทะเลของฝูโจว โดยในประเทศมอริเตเนีย บริษัทฝูโจว หงตง ฟิชเชอรี (Fuzhou Hong Dong Fishery) ได้ลงทุนรวม 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาฐานประมงน่านน้ำไกลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จีนเคยมีในต่างประเทศ พร้อมสร้างงานในพื้นที่มากกว่า 2,000 ตำแหน่ง

ส่วนความร่วมมือจีน–อินโดนีเซียภายใต้โครงการ “สองประเทศ สองนิคม” มีพื้นที่ตามแผนรวม 61 ตารางกิโลเมตร และมีภาคธุรกิจเปิดดำเนินงานแล้วกว่า 250 แห่ง โดยเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือสำคัญภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ที่เชื่อมโยงการทำประมง การแปรรูปอาหาร และห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน

การพัฒนาจากพื้นที่ชายฝั่งสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งช่วยให้ฝูโจวขยายรูปแบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากโครงการทดลองไปสู่แนวทางต้นแบบที่สามารถต่อยอดได้ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม

ในปี 2568 มูลค่าผลผลิตภาคประมงของฝูโจวทะลุ 70,000 ล้านหยวนเป็นครั้งแรก ขณะที่เมืองครองอันดับหนึ่งของประเทศในด้านดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 ตัวเลขนี้สะท้อนบทบาทของเศรษฐกิจทางทะเลในฐานะหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของฝูโจว และเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมทางทะเลในระยะต่อไป