ไฮไลต์สำคัญในงานคือการที่เขตใหม่สยงอันได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรเมืองเศรษฐกิจดิจิทัลโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้สยงอันมีเวทีแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือด้านดิจิทัลในระดับสากล พร้อมยกระดับอิทธิพลของเมืองแห่งอนาคตนี้ในเวทีโลก
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการความร่วมมือระดับภูมิภาคที่สำคัญ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการจัดตั้งเขตสาธิตความร่วมมือด้าน “AI + การผลิต” ระหว่างปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย เพื่อบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและสร้างต้นแบบนวัตกรรมข้ามภูมิภาค และโครงการบูรณาการด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และบุคลากรในสาขาดิจิทัลอัจฉริยะ ระหว่างเขตใหม่สยงอันกับ 4 มหาวิทยาลัยดังจากปักกิ่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยปักกิ่งเจียวทง มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง มหาวิทยาลัยป่าไม้ปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยธรณีวิทยาแห่งประเทศจีน (ปักกิ่ง) โดยมุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน
ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีการมอบใบอนุญาตให้แก่ฐานรองรับการพัฒนา 9 แห่งในเขตนำร่องนวัตกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญอย่างนิคมอุตสาหกรรมดาวเทียม ฐานฝึกอบรม และอุทยานวิทยาศาสตร์จงกวนชุน พร้อมทั้งเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะหลัก 6 แพลตฟอร์ม และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเองอีก 7 ประเภท ซึ่งสะท้อนความสำเร็จรอบด้านของสยงอัน
นอกจากนี้ ฟอรัมดังกล่าวยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการประชุมย่อยในหัวข้อ “Digital Intelligence Frontier” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมแบ่งปันมุมมอง การกล่าวสุนทรพจน์ของเทศบาลกรุงปักกิ่งและเขตใหม่สยงอันเกี่ยวกับความร่วมมือระดับภูมิภาคและนโยบายสนับสนุน รวมถึงการเสวนาระดับสูงภายใต้หัวข้อ “Digital Intelligence as the Guide – A Model New City ” เพื่อร่วมอภิปรายถึงบทบาทของสยงอันและแนวทางการพัฒนาสู่เมืองดิจิทัลอัจฉริยะในระดับโลก
สำหรับก้าวต่อไป เขตใหม่สยงอันตั้งเป้าที่จะใช้ฟอรัมนี้เป็นแรงขับเคลื่อนความร่วมมือและการพัฒนานวัตกรรม โดยจะเดินหน้ารวบรวมทรัพยากรด้านนวัตกรรมจากทั่วโลก เชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมดิจิทัลอย่างครบวงจร พร้อมถ่ายทอด “ประสบการณ์สยงอัน” ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอัจฉริยะที่สามารถนำไปขยายผลได้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับสากล