งานในปีนี้สร้างปรากฏการณ์ด้วยพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 100,000 ตารางเมตร พร้อมการเปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัยครั้งแรกของโลกมากกว่า 300 รายการ โดยสะท้อนทิศทางชัดเจนว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวข้ามจากพื้นที่ดิจิทัลมาสู่โลกกายภาพอย่างเต็มตัว ทั้งการใช้งานหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงานกับมนุษย์ในชีวิตจริง การพัฒนาระบบเอเจนต์อัจฉริยะที่สามารถรับมือกับโจทย์และงานที่มีความซับซ้อน ตลอดจนการฝังระบบ AI ลงในอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
ในส่วนของการประชุมหลักช่วงเช้า วิทยากรระดับแถวหน้าของวงการได้ขึ้นแลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างน่าสนใจ โดย ริชาร์ด เอส ซัตตัน เจ้าของรางวัลทัวริง ได้นำเสนอแนวคิด “ยุคแห่งประสบการณ์” ที่ชี้ให้เห็นว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในปัจจุบันยังขาดการเรียนรู้ด้วยตนเองเพราะพึ่งพาเพียงข้อมูลที่มนุษย์จัดเตรียมไว้ ซึ่งการรับข้อเสนอแนะจากปฏิสัมพันธ์ในโลกจริงจะกลายเป็นหัวใจสำคัญของ AI ในอนาคต
ขณะที่ หยิน ฉี ประธานกรรมการบริษัทสเต็ปฟัน และเฉียนหลี่ เทคโนโลยี ได้มาร่วมฉายภาพอนาคตของ AI Agent ในฐานะฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่านระบบปฏิบัติการเฉพาะ การอัปเกรดฮาร์ดแวร์ และการเชื่อมต่อเครือข่ายอัจฉริยะระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ เวทีเสวนาโต๊ะกลมซึ่งดำเนินรายการโดยนักวิชาการ เว่ยหนาน เอ้อ ยังได้เจาะลึกการใช้ AI และเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อปฏิวัติการศึกษาวิจัย โดยผู้เชี่ยวชาญมองตรงกันว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดและการร่วมมือวิจัยข้ามพรมแดน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการวางกรอบจริยธรรมที่เข้มงวดเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม
การเสวนาในช่วงบ่ายดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยครอบคลุมทั้งเรื่องเทคโนโลยีฐานราก ธรรมาภิบาล การปรับใช้ในอุตสาหกรรม และบทบาทของคนรุ่นใหม่ โดยได้รับเกียรติจากสองผู้ได้รับรางวัลทัวริงอย่าง จอห์น ฮอปครอฟต์ ที่มาเน้นย้ำเรื่องกลยุทธ์การพัฒนากำลังคนและการยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา และ โยชัว เbenจิโอ ที่นำเสนอหลักการสำคัญ 3 ประการ คือการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐาน และการกระจายประโยชน์อย่างเท่าเทียม
ขณะเดียวกัน เวทีเฉพาะทางยังได้ถกเครียดในประเด็นสถาปัตยกรรมประมวลผลยุคใหม่ AI เชิงกายภาพ โมเดลจำลองโลก และ AI แบบฝังตัว ซึ่งตัวแทนภาคเอกชนได้นำเสนอเคสการใช้งานในด้านชีวเวชศาสตร์ การผลิต และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ส่วนเวทีนักวิจัยและผู้ก่อตั้งรุ่นใหม่ได้รับการยกย่องว่าจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนอนาคต พร้อมปิดท้ายด้วยการมอบรางวัล SAIL Award ให้แก่โครงการ AI ที่มีผลงานโดดเด่น
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ นำไปสู่ฉันทามติและการเปิดตัว 3 เอกสารสำคัญระดับโลกพร้อมชุดกรณีศึกษา ได้แก่ “แผนปฏิบัติการความร่วมมือและการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์” ที่วางโรดแมปความร่วมมือทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมข้ามพรมแดน “ข้อเสนอแนะว่าด้วยความไว้วางใจและการเชื่อมโยงระหว่างระบบเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์” เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI Agent ที่ปลอดภัยและเปิดกว้าง “แผนปฏิบัติการว่าด้วยธรรมาภิบาลและจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ระหว่างประเทศ” ซึ่งเป็นกรอบการกำกับดูแลสากลแบบพหุภาคี และ “ชุดกรณีศึกษา AI จากจีนเพื่อประโยชน์ของโลก ประจำปี 2569” จำนวน 10 ตัวอย่างการใช้งานจริงเพื่อส่งต่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีสู่สากล
งาน WAIC 2026 จัดต่อเนื่องจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม โดยมีกิจกรรมและเวทีเสวนาภาคอุตสาหกรรมตามมาอีกมากมาย เพื่อผลักดันความร่วมมือข้ามพรมแดนให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง พร้อมทั้งเรียกร้องให้พันธมิตรทั่วโลกร่วมมือกันเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นการลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเป็นธรรมสำหรับทุกคน