จีนเปิดเวที Kunlun Culture Forum เสวนาเจาะลึกรากเหง้าจิตวิญญาณ พร้อมลงพื้นที่สำรวจโบราณสถาน

งานฟอรัมวัฒนธรรมคุนหลุน (Kunlun Culture Forum) ได้จัดเวทีเสวนาย่อยในหัวข้อ “Tracing the Roots of the Spirit” ขึ้นที่นครซีหนิง มณฑลชิงไห่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ทั้งชาติพันธุ์วิทยา ศาสนศึกษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และการสื่อสารวัฒนธรรม รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะอย่างลึกซึ้ง การหารือครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ การสร้างสรรค์สัญลักษณ์ นัยสำคัญทางจิตวิญญาณ คุณค่าในบริบทปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางใหม่ๆ ในการเผยแพร่วัฒนธรรมคุนหลุน

ผู้เชี่ยวชาญได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญมาแลกเปลี่ยนในหัวข้อสำคัญ เช่น “การสร้างสรรค์สัญลักษณ์ รากเหง้าทางวัฒนธรรม และการถ่ายทอดวัฒนธรรมคุนหลุนผ่านกวีนิพนธ์” “ตรรกะแห่งการหล่อหลอมรวมกันระหว่างวัฒนธรรมคุนหลุนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของอารยธรรมจีน” “อาณัติแห่งสวรรค์กับการสืบสานวัฒนธรรมคุนหลุน” และ “ภาพสะท้อนคุนหลุนในศิลปะบนหิน” ซึ่งนับเป็นการเปิดมุมมองทางวิชาการและข้อคิดเห็นจากการวิจัยที่เจาะลึก เพื่อขยายขอบเขตการศึกษาค้นคว้าด้านวัฒนธรรมคุนหลุนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ต่อมาในวันที่ 20 สิงหาคม คณะผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการได้ลงพื้นที่สำรวจ ณ เมืองเก๋อเอ่อร์มู่ มณฑลชิงไห่ โดยได้เยี่ยมชมมรดกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน พระราชวังอู๋จี๋หลงเฟิ่ง ภาพเขียนบนหินเย่หนิวโกว สระหยกเจ้าแม่ซีหวังหมู่ และจุดชมทัศนียภาพยอดเขาอวี้ซวี การเดินทางครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสความตระการตาของธรรมชาติบนเทือกเขาคุนหลุน และซึมซับมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิด

หนึ่งในจุดเน้นสำคัญของการลงพื้นที่คือภาพเขียนบนหินเย่หนิวโกว ซึ่งเป็นภาพเขียนสีโบราณที่บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าแม่ซีหวังหมู่ ฝูงจามรี ฉากการยิงธนู และวิถีชีวิตต่างๆ ในบริเวณหุบแม่น้ำ คณะผู้เชี่ยวชาญได้หยุดสำรวจรอยสลักบนหินอย่างละเอียด โดยพิจารณาทั้งความลึกและทิศทางของรอยสลัก พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อสังเกตและหารือเกี่ยวกับข้อค้นพบร่วมกัน

การได้ลงพื้นที่สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้ร่วมเดินทางเข้าใจนัยสำคัญทางจิตวิญญาณของวัฒนธรรมคุนหลุนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเชื่อมโยงงานศึกษาวิจัยทางวิชาการเข้ากับการอนุรักษ์วัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการพัฒนาแนวทางการสื่อสารต่อไป