รู้จัก “ถิ่นอาศัยของนกอพยพหมู่เกาะฉางซาน” แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของจีน

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก ครั้งที่ 48 ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 “ถิ่นอาศัยของนกอพยพหมู่เกาะฉางซาน” ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ

รู้จัก “ถิ่นอาศัยของนกอพยพหมู่เกาะฉางซาน” แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของจีน

สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการขยายพื้นที่มรดกโลกครั้งที่สองของเมืองต้าเหลียน ภายใต้ชุดแหล่งมรดกโลก “เขตรักษาพันธุ์นกอพยพตามแนวชายฝั่งทะเลเหลือง-อ่าวโป๋ไห่ของจีน” ต่อจากเกาะงู-ภูเขาเหลาเถีย เมื่อปี 2567 ส่งผลให้มณฑลเหลียวหนิงกลายเป็นมณฑลแรกของจีนที่มีพื้นที่องค์ประกอบมรดกโลกถึง 3 แห่งอยู่ภายใต้ชุดมรดกโลกเดียวกัน

หมู่เกาะฉางซานตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลเหลือง และทางตะวันออกของคาบสมุทรเหลียวตง โดยมีพื้นที่หลักอยู่ภายใต้การบริหารของอำเภอฉางไห่ เมืองต้าเหลียน แหล่งมรดกโลกแห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่รวม 4,962.62 เฮกตาร์ ประกอบด้วย 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ ฟานถัวจื่อแห่งเกาะกว่างลู่ โถวถัวจื่อแห่งเกาะเกอเซียน อู่สือแห่งเกาะต้าห่าวจื่อ และแนวปะการังทางตอนใต้ของเกาะปาเส้า

ในฐานะจุดแวะพักที่สำคัญบนเส้นทางอพยพนกเอเชียตะวันออก-ออสตราเลเซีย หมู่เกาะฉางซานทำหน้าที่เป็นแหล่งพักผ่อน สะสมพลังงาน และเป็นถิ่นอาศัยของนกอพยพข้ามทะเลตามฤดูกาลหลายล้านตัว อีกทั้งยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์หลักของนกยางจีน (Egretta eulophotes) ซึ่งมีประชากรนกยางจีนมาทำรังและขยายพันธุ์มากที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามอย่างแพร่หลายว่า “บ้านเกิดของนกยางจีน”

การขึ้นทะเบียนหมู่เกาะฉางซานเป็นมรดกโลก ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับชุดแหล่งมรดกโลกเขตรักษาพันธุ์นกอพยพตามแนวชายฝั่งทะเลเหลือง-อ่าวโป๋ไห่ของจีน เมื่อรวมเข้ากับอีกสองพื้นที่ ได้แก่ เกาะงู-ภูเขาเหลาเถีย และปากแม่น้ำยาลู่ ในเมืองตานตง จึงเกิดเป็นระเบียงนิเวศวิทยาที่เชื่อมโยงระบบนิเวศทางบกและทางทะเลเข้าด้วยกัน ทั้งยังช่วยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการติดตามศึกษาการขยายพันธุ์ของนกอพยพบนเกาะทางตอนเหนือของจีน ซึ่งในอดีตขาดการเก็บข้อมูลจากจุดเดิมอย่างต่อเนื่อง นับเป็นต้นแบบของจีนที่สามารถนำไปวัดผลและขยายผลเพื่อการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยของนกอพยพบนเกาะในระดับโลกได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนดังกล่าวยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ด้านนิเวศวิทยาระดับโลกให้กับอุตสาหกรรมการตกปลาทะเลในพื้นที่ โดยหมู่เกาะฉางซานตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น จึงอุดมไปด้วยทรัพยากรทางทะเลที่สมบูรณ์ ซึ่งทางหน่วยงานท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศผ่านการควบคุมกิจกรรมการตกปลาอย่างเข้มงวดในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของนก ควบคู่กับการผสานการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับกิจกรรมการตกปลาเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ผ่านการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่บูรณาการการแข่งขันตกปลาทะเล อาหารทะเลท้องถิ่น และโฮมสเตย์บนเกาะเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังอาศัยชื่อเสียงระดับโลกเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวดูนกเชิงนิเวศและการตกปลาทะเลระดับพรีเมียม โดยมีเป้าหมายในการสร้างแนวทางใหม่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมบนเกาะที่มนุษย์และธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน