“Hualong One” 2.0 เป็นการต่อยอดจากสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบ “การป้องกันเชิงลึก” (Defense-in-Depth: DiD) ของ Hualong One รุ่นเดิม โดยปรับปรุงคุณสมบัติด้านความปลอดภัย 14 ประการอย่างครอบคลุม พร้อมยกระดับตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยหลัก 9 ประการอย่างมีนัยสำคัญ
เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปล่อยให้ระบบทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงเป็นเวลา 72 ชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุ และสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองนานถึง 7 วันหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบสนับสนุนให้เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดความยาวของระบบท่อลงประมาณ 31% ลดจำนวนวาล์วในกระบวนการลงประมาณ 25% ลดปริมาตรอาคารในส่วน Nuclear Island ลงประมาณ 21% และลดปริมาณงานติดตั้งในส่วน Nuclear Island ลงประมาณ 33%
ขณะเดียวกัน อัตราการทำงานแบบอัตโนมัติของหน่วยผลิตเพิ่มขึ้น 66% ช่วยให้สามารถควบคุมระบบได้แม่นยำและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่อุปกรณ์หลักทั้งหมดสามารถผลิตและจัดหาได้ภายในประเทศจีน 100%
หนิว เหวินหัว หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญของ “Hualong One” 2.0 กล่าวว่า เทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้ไม่ได้เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบบนพื้นฐานของการออกแบบที่ผ่านการใช้งานและพิสูจน์ความน่าเชื่อถือมาแล้ว โดยมีการปรับปรุงใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัย ระยะเวลาการก่อสร้าง ต้นทุนการลงทุน การดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) และการปกป้องสิ่งแวดล้อม
จากการนำเข้าเทคโนโลยี สู่การพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของจีน
พัฒนาการของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์จีนมีจุดเริ่มต้นสำคัญในปี 2521 เมื่อจีนเริ่มนำเข้าหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1 ล้านกิโลวัตต์จำนวน 2 หน่วยจากฝรั่งเศส ก่อนนำมาติดตั้งบริเวณชายฝั่งอ่าวต้าหย่าในเมืองเซินเจิ้น และพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศ
ปัจจุบัน กลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่าประกอบด้วยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่า และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลิงอ้าว เฟส 1 และเฟส 2 รวมเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสิ้น 6 เครื่อง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่าผลิตไฟฟ้าสะสมและจ่ายเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือ 1,000 เทราวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่หน่วยผลิตที่ 1 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลิงอ้าวสามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงต่อเนื่องนานกว่า 7,200 วัน สร้างสถิติโลกด้านระยะเวลาการเดินเครื่องอย่างปลอดภัยที่ยาวนานที่สุดในบรรดาหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ประเภทเดียวกัน และยังคงครองสถิติดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน
จากประสบการณ์ด้านการก่อสร้างและการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและทรัพยากรที่พร้อมของ CGN จีนสามารถพัฒนาต่อยอดจากโครงการ CPR1000 จนประสบความสำเร็จในการเปิดตัว “Hualong One” เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ระดับ Gen-III ที่มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของจีนเอง
ปัจจุบัน มีเครื่องปฏิกรณ์ “Hualong One” จำนวน 10 เครื่องที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วทั้งในจีนและต่างประเทศ ขณะที่อีก 37 เครื่องได้รับการอนุมัติและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง สะท้อนถึงระดับความพร้อมของเทคโนโลยีที่ผ่านการก่อสร้างและใช้งานจริงในโครงการจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
ต่อยอด Hualong One สู่เทคโนโลยี Gen-III+
บนพื้นฐานดังกล่าว ทีมวิจัยและพัฒนา “Hualong One” ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการปรับปรุงแบบทางวิศวกรรมเกือบ 100 รายการ ก่อนพัฒนาและเปิดตัว “Hualong One” 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูงระดับ Gen-III+
ความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับการผลักดันโครงการจริง โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติการก่อสร้างหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 8 หน่วย หนึ่งในนั้นคือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ผิงหลิง เฟส 3 ของ CGN ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นโครงการสาธิตเทคโนโลยี “Hualong One” 2.0