จีนเปิดนิทรรศการสมบัติชาติสุดยิ่งใหญ่ นำเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างประสบการณ์ใหม่ในการชมโบราณวัตถุ

นิทรรศการครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง – โบราณวัตถุแห่งราชวงศ์หมิง” (World Heritage Splendor, Cultural Renaissance – Ming Dynasty Cultural Relics) ได้เปิดฉากต้อนรับสาธารณชนอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นไฮไลต์ส่วนหนึ่งของงานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสุสานหลวงราชวงศ์หมิง และอาคารจัดแสดงนิทรรศการ หมายเลข 1 บริเวณโบราณสถานสุสานติ้งหลิง ซึ่งมีกำหนดจัดแสดงเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม และถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ช่วยยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมในงานประชุมครั้งนี้

จีนเปิดนิทรรศการสมบัติชาติสุดยิ่งใหญ่ นำเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างประสบการณ์ใหม่ในการชมโบราณวัตถุ

การจัดนิทรรศการในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือข้ามภูมิภาคของสถาบันทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ 6 แห่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พระราชวัง พิพิธภัณฑ์นครปักกิ่ง สุสานบรรพชนราชวงศ์หมิง สุสานหลวงราชวงศ์หมิง สุสานหมิงเสี้ยวหลิง และสุสานเสี่ยนหลิง ร่วมกับคลังโบราณวัตถุจากสุสานติ้งหลิง ในการรวบรวมโบราณวัตถุชิ้นเอกแห่งราชวงศ์หมิงมาจัดแสดงร่วมกันมากกว่า 70 ชุด สำหรับไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือโซน “เบญจมงกุฎ” (Five Crowns United) ซึ่งเป็นการนำมงกุฎหลวงทั้ง 5 องค์ที่ขุดค้นพบจากสุสานติ้งหลิงมาจัดแสดงองค์จริง ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีบูรณะด้วยระบบดิจิทัล เพื่อชุบชีวิตความวิจิตรตระการตาของฉลองพระองค์และระบบราชพิธีของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีโซน “5 สุสานหลวง” (Five Mausoleums) ที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นเด่นและนิทรรศการภาพจากสุสานจักรพรรดิแห่งต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน เพื่อเปิดมุมมองให้เห็นเอกภาพและความหลากหลายของวัฒนธรรมราชพิธีในยุคราชวงศ์หมิงอย่างครบถ้วนทุกมิติ

ความพิเศษของนิทรรศการนี้คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาผสานรวมอย่างลึกซึ้ง เพื่อทลายขีดจำกัดของการจัดแสดงโบราณวัตถุแบบเดิม ๆ โดยปลุกชีวิตประวัติศาสตร์ผ่านเทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ เทคโนโลยีฝาแฝดดิจิทัล แอนิเมชันจำลองเครื่องศิราภรณ์ และระบบจอสัมผัสอินเตอร์แอคทีฟที่เปิดให้ผู้ชมได้สืบค้นข้อมูลโบราณวัตถุได้อย่างสนุกสนาน ช่วยสร้างความรู้สึกร่วมและดึงดูดให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำกับนิทรรศการอย่างเต็มอิ่ม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการเปิดตัวสินค้าที่ระลึกเชิงสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับผลงานดิจิทัลคอลเลกชันให้ได้เลือกซื้อทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์พร้อมกัน ซึ่งเป็นการยกระดับการเรียนรู้ทรัพยากรทางวัฒนธรรมจากเดิมที่เป็นเพียง “วัตถุจัดแสดงในตู้กระจก” ให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถ “มองเห็น สัมผัส และนำกลับ” ได้อย่างแท้จริง